มีการวางแผน Planning

เราจะบริหารงานขนส่งให้คุณเองโดยที่ให้คุณจัดการหน้าร้านของคุณไปส่วนเรื่องหลังร้านเราจะจัดการให้คุณเอง จะจัดส่งหรือจะจัดเก็บบอกได้เลย

คุณเหนื่อยหรือเปล่า?

คุณกำลังมองหาผู้ช่วยครบวงจรในการช่วยร้านออนไลน์ของคุณอยู่มั๊ย? ถ้าใช่ ผมอยากจะขอเวลาคุณซัก 5 นาที เพื่อรู้จักGood move transports & logistics และ พวกเราจะได้เป็นส่วนช่วยในการทำให้ร้านคุณโตขึ้นไปอีกระดับ

 คุณจำได้ถึงวันแรกๆที่คุณได้สร้างร้านค้าออนไลน์ของคุณมั้ยครับ ในวันที่คุณมีเวลาในการหาสินค้าที่ใช่จริงๆสำหรับลูกค้า วันที่คุณมีเวลาอัพเดตความรู้ใหม่ๆในสินค้าของคุณ วันที่คุณมีเวลาในการวางแผนโปรโมตสินค้าตามช่องทางต่างๆซึ่ง ตามที่เห็นส่วนใหญ่จะเป็น IG, Facebook ไม่ก็ Website วันที่คุณมีเวลาในการคุยกับลูกค้าเกี่ยวกับตัวตนของคุณ สินค้าของคุณ และแบรนด์ของคุณ จนที่วันนี้เค้ากลายเป็นลูกค้าประจำของร้านคุณไปแล้ว กิจกรรมเหล่านี้ ผมเรียกว่ากิจกรรมที่สร้างคุณค่าให้กับร้านคุณ

แล้วในวันนี้ เมื่อคุณกลายเป็นร้านที่ขายได้เยอะแล้ว คุณยังมีเวลาเต็มที่ในสิ่งที่กล่าวมามั้ยครับ หรือว่าวันนี้คุณโดนแย่งเวลาของคุณ จากการตรวจสอบคุณภาพสินค้าจากการผลิต (QC), การหาของเพื่อส่งในห้องเก็บของของคุณ, การแพคของและต้องไปส่งไปรษณีย์ให้ทัน, การที่ต้องไปถามเพื่อนที่มีความรู้บัญชี เพื่อให้รู้ว่าตกลงเรากำไรเท่าไหร่ ที่หนักที่สุดคือคนคอยมาถาม Tracking number ของ EMS ถ้าคุณตอบช้าก็จะโดนหาว่าโกงซะอีก กิจกรรมเหล่านี้ ผมเรียกว่ากิจกรรมที่กินเวลาของคุณ

ผมก็เป็นคนหนึ่งที่พบว่าร้านค้าออนไลน์ที่มียอดขายมากขึ้นต้องเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่องมากขึ้นด้วยเช่นกัน และแล้วเมื่อคุณมีเวลาลดลงกับการทำสิ่งที่สำคัญจริงๆสำหรับร้านของคุณ มันก็จะทำให้ร้านคุณโตต่อไปไม่ได้ แน่นอนว่าผมก็มีร้านค้าหลายๆร้านที่บ่นกับผมถึงเรื่องนี้ และ พวกเค้าก็พยายามหาทางให้ใครซักคน ที่เป็นผู้ช่วยสำหรับร้านค้า เข้าใจธรรมชาติของการขายแบบนี้ แต่ก็หาไม่ได้ซักที

เราจะทำบริการที่เน้นกำจัดกิจกรรมที่กินเวลาของคุณเอง ตัวอย่างของบริการที่เราทำให้คือ
  • รับสินค้า ตรวจสอบคุณภาพสินค้า เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าของคุณจะได้รับของที่ดี
  • เก็บสินค้าให้ แสดงผลจำนวนสินค้าของคุณในระบบออนไลน์
  • สั่งส่งของโดย เราจะเป็นคนหยิบ แพคตามวิธีของแบรนดคุณ และส่งไปรษณีย์หรือ แมสเซนเจอร์
  • สร้างใบจองสินค้า และ ให้ลูกค้าแจ้งการโอนสินค้าออนไลน์
  • แจ้งรหัส EMS ให้กับลูกค้าเมื่อเราส่งสินค้า
  • สร้างรายงานยอดขาย กำไร/ขาดทุน

 

การวางแผนการเดินทางของรถบรรทุกจะประกอบด้วยฐานข้อมูลที่สำคัญ เช่น

  • 1) เส้นทางการวิ่งรถบรรทุก เช่น แผนที่ GPS จุดจอดพักรถ ทางอันตราย การจราจร เป็นต้น
  • 2) กองรถบรรทุก เช่น ขนาด ประเภท อัตราการใช้ เชื้อเพลิง ระยะทางวิ่งที่เหมาะสม สำหรับรถแต่ละคัน แต่ละประเภท เป็นต้น
  • 3) พนักงานขับรถ เช่น ประเภทใบขับขี่เส้นทางที่ชำนาญ ช่วงเวลาที่ทำงานได้  อัตราค่าจ้าง เป็นต้น
  • 4) ข้อจำกัดด้านกฎหมาย เช่น ระเบียบราชการสำหรับสินค้า /รถบางประเภท เส้นทาง บางเส้นทางการขับรถให้ตรงประเภทใบขับขี่ เป็นต้น
  • 5) จุดหลักและสถานที่แวะรับและส่งสินค้า เช่น โรงงานลูกค้า ศูนย์กระจายสินค้า ของลูกค้า ท่าเรือ ท่าอากาศยาน ด่านศุลกากรตามชายแดน เป็นต้น
  • 6) ระบบการรับคำสั่งจากลูกค้า เช่น ประเภทสินค้า จำนวน ต้นทาง-ปลายทาง เวลานัดหมายเป็นต้น
                
             การเลือกใช้ระบบ TMS ต้องคำนึงถึงความสามารถในการลดค่าใช้จ่าย เวลาในการเดินทาง และความปลอดภัยเป็นหลัก ทั้งนี้ต้องพิจารณารวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลไปยังระบบงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วยเพื่อความถูกต้องของผลลัพธ์ที่ได้และความสามารถในการใช้งานได้จริง ดังนั้นการเลือกใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับงานโลจิสติกส์ (E-logistics) ปัจจัยที่บริษัทควรใช้ในการพิจารณาในการตัดสินใจลงทุนซอฟแวร์นั้นควรพิจารณาตามหัวข้อต่อไปนี้
  • 1. สามารถป้องกันหรือลดข้อผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์ (Human error)
  • 2. ทำในสิ่งที่มนุษย์ทำไม่ได้หรือทำได้แต่ใช้เวลานานมาก เช่น การประมวลผลข้อมูลต่างๆ
  • 3. ทำให้งานเร็วขึ้น สะดวกขึ้น และง่ายขึ้น
  • 4. การเพิ่มมูลค่าและความได้เปรียบทางธุรกิจ จากการใช้ระบบ เพราะจะเพิ่มความถูกต้องของข้อมูล และเพิ่มความรวดเร็วในการติดตามงาน
  • 5. ความสามารถการแก้ไขซอฟแวร์ด้วยตนเอง
  • 6. ความสามารถในการบำรุงรักษาซอฟแวร์
  • 7. ต้นทุนในการเป็นเจ้า ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • 8. ความเข้า กันได้ของซอฟแวร์กับระบบการทำงานขององค์กร
                      
           หากผู้ประกอบการสามารถนำระบบการบริหารการจัดการขนส่งที่มีประสิทธิภาพมาใช้ในกิจกรรมการขนส่งขององค์กร จะทำให้องค์กรของผู้ประกอบการสามารถบรรลุองค์ประกอบของการส่งมอบแบบ 5Rs Delivery ดังนี้
  • 1. Right Place: ส่งมอบตรงสถานที่
  • 2. Right Time: ตรงเวลาที่ลูกค้าต้องการ
  • 3. Right Quantity: ตรงตามปริมาณที่ลูกค้าต้องการ
  • 4. Right Quality: สินค้า ตรงตามคุณภาพที่ตกลง
  • 5. Right Cost: การส่งสินค้า ตามราคาที่แข่งขัน
                      
             ถ้าองค์กรของคุณสามารถบรรลุการส่งมอบแบบ 5Rs Delivery จะทำให้เกิด JIT: Just in Time คือ “การส่งมอบแบบทันเวลา ถูกต้อง ถูกสถานที่ ตรงตามความต้องการภายใต้ต้นทุนที่แข่งขัน” เพื่อให้องค์กรมีการพัฒนาประสิทธิภาพการขนส่งอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ผู้บริหารต้องตรวจติดตามโดยตลอด คือ ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานในการจัดส่งสินค้า และบริการ โดยองค์กรควรมีการกำหนด ดัชนีวัดผลการปฏิบัติงาน (Key performance indicator: KPI) ซึ่ง KPI ที่นิยมใช้วัดประสิทธิภาพการปฏิบัติงานด้านการขนส่ง ได้แก่
  •  1. On-Time Deliveries
  • 2. Damage
  • 3. Demurrage (Delay)
  • 4. Assessorial (Evaluation)
  • 5. Appointments
  • 6. Freight Bill Accuracy  

         ในการกำหนด KPI สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเสมอคือ ควรจะวัดให้ครบทุกมิติของโลจิสติกส์ มิใช่วัดเฉพาะด้านต้นทุนเพียงอย่างเดียว ดังนั้นการกำหนด KPI ที่ดี ต้องครอบคลุมในเรื่องต่างๆ ดังนี้ Flexibility, Efficiency, Ability และ Responsiveness และที่สำคัญอย่างยิ่งที่ไม่ควรลืม คือ ความปลอดภัยในการขนส่ง

Visitors: 119,106